วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

มะเขือเทศรักษาสิว

วิธีรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติที่จะมาแนะนำในวันนี้คือการใช้มะเขือเทศรักษาสิว ซึ่งมะเขือเทศเป็นสิ่งที่สามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป การรักษาสิวด้วยมะเขือเทศสามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน ไม่เป็นอันตรายเนื่องจากใช้วัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติล้วนๆ เหตุผลที่คิดว่ามะเขือเทศสามารถช่วยรักษาสิวได้ก็คือ ในมะเขือเทศนั้นจะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่ นอกจากนั้นมะเขือเทศยังอุดมไปด้วยวิตามิน ซี และวิตามัน เอ รวมไปถึงมะเขือเทศจะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ทำให้สามารถช่วยรักษาสิวได้
สำหรับสูตรมะเขือเทศรักษาสิวที่นำมาแนะนำในวันนี้สามารถทำได้หลายรูปแบบ ดังนี้1. บดมะเขือเทศ 1 ลูกให้ละเอียด จากนั้นนำมะเขือเทศที่ได้มาพอกหน้า ทั้งบริเวณที่มีสิวและไม่มีสิว จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ  1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นเช็ดหน้าให้แห้ง ทำต่อเนื่องกันประมาณ 1 สัปดาห์ จะช่วยแก้สิวได้
2. สูตรมะเขือเทศกระชับรูขุมขน สามารถทำได้ง่ายๆ คือ นำน้ำมะเขือเทศประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำมะนาวประมาณ 2-4 หยด จากนั้นใช้ สำลีก้อนชุบส่วนผสมดังกล่าวแล้วทาและขัดให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่น
3. สูตรมาร์คหน้าด้วยมะเขือเทศและอาโวกาโด้ ทำความสะอาดผิวหน้าง่ายๆ ด้วยการบดมะเขือเทศกับอาโวกาโด้ให้เข้ากัน จากนั้นนำไปทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรือ น้ำเย็นก็ได้ เช็ดหน้าให้แห้ง เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
4. ลดความมันของใบหน้าโดยการผ่ามะเขือเทศครึ่งลูก จากนั้นนำมะเขือเทศสดๆ ทาให้ทั่วหน้า โดยเฉพาะบริเวณที่เกิดสิว หรือบริเวณที่หน้ามันๆ จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น และเช็ดหน้าให้แห้ง
5. สูตรรักษาสิวด้วยมะเขือเทศและแตงกวา นำแตงกวามา 1 ลูก จากนั้น นำไปหั่นบางๆ และสับให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำแตงกวาแล้วกรองแยกใส่ชามเอาไว้ จากนั้นนำมะเขือเทศมา 1 ลูกหั่นให้ละเอียด แล้วคั้นเอาแต่น้ำเช่นกัน นำน้ำแตงกวาและน้ำมะเขือเทศมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นใช้สำลีก้อนชุบทาและขัดให้ทั่วบริเวณผิวหน้า แล้วล้างออก เช็ดหน้าให้แห้ง
6. สูตรมาร์คหน้าด้วยมะเขือเทศและโยเกิร์ต หั่นมะเขือเทศมาครึ่งลูก จากนั้นสับให้ละเอียด แล้วนำไปผสมกับโยเกิร์ตประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น
ส่วนการรักษาสิวธรรมชาติ นอกจากมะเขือเทศที่สามารถช่วยรักษาสิวได้แล้ว ยังมีพืชสมุนไพรตัวอื่นๆ ที่สามารถนำมาแก้สิว ลดสิวได้ เช่น กระเทียมรักษาสิว หอมแดงรักษาสิวก็เป็นอีกทางเลือกนึง ขมิ้นรักษาสิว และแตงกวารักษาสิว เป็นต้น



ที่มาข้อมูลและภาพ blogspot.com

มะเขือเทศรักษาสิว

มาดูวิธีรักษาสิวแบบประหยัดด้วยการ "นวดกดจุด" ลดสิวหน้าใสกันดีกว่า

วันนี้มาลองดูวิธีรักษาสิวแบบประหยัดที่ไม่ต้องเสียงเงินสักบาท ก็อาจจะช่วยลดการเกิดสิวบนหน้าของเราได้ วิธีที่ว่าก็คือ "การนวดกดจุด" หรือชื่อในวงการก็คือการกดจุดหน้าใสนั่นเอง

 
    การกดจุดหน้าใสนั้นเป็นวิธีของแพทย์ทางเลือกอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งจะมีหลักความคิดคล้ายๆกับการฝังเข็มรักษาสิวซึ่งผมเคยเขียนไว้หากใครสนใจดูได้ที่บทความนี้ครับ การฝังเข็มรักษาสิว รักษาแบบจีนๆแต่ได้ผลแบบเต็มๆ โดยการกดจุดลดสิวมีแนวคิดว่าบนหน้าหรือในร่างกายของเราจะมีเส้นลมปราณอยู่ ซึ่งข้างในนั้นก็จะประกอบไปด้วยเลือด เส้นเลือด ต่อมน้ำเหลือง ไหลเวียนอยู่ภายใน หากส่วนที่ว่ามาเหล่านี้เกิดการสะดุด ติดขัด เลือดลมไหลไม่สะดวก น้ำเหลืองไหลไม่คล่องแล้ว จะทำให้ร่างกายแสดงออกมาสู่ภายนอกในรูปแบบโรคต่างๆ การเกิดสิวก็เป็นหนึ่งในการแสดงออกที่ว่า ดังนั้นการกดจุดจึงเข้าไปช่วยให้ลมปราณภายในร่างกายเราทำงานได้ดีขึ้น ช่วยให้เลือดลมไหลคล่องขึ้น ช่วยให้การไหลเวียนของต่อมน้ำเหลืองดีขึ้นนั่นเอง อย่ารอช้ามาดูกันวิธีนวดกดจุดลดสิวกันดีกว่า

วิธีนวดกดจุดลดสิวลดสิว

 
 
 

จุดที่ 1 นวดขมับทั้ง 2 ข้าง


ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดลงไปที่บริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง จากนั้นก็กดนวดเบาๆบริเวณขมับ โดยหมุนวนอย่างช้าๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณตาทั้ง 2 ข้างผ่อนคลาย


จุดที่ 2 นวดกลางหน้าผาก


วิธีนวดให้ใช้นิ้ว 3 นิ้ว คือนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางกดลงไปที่กลางหน้าผากในลักษณะกด และผ่อน โดยใช้เวลากดในแต่ละครั้งประมาณ 5 วินาที แล้วค่อยผ่อนแรง จากนั้นก็นวดกดลงไปใหม่ โดยนวดตั้งแต่กลางหน้าผากค่อยๆเลื่อนมาเรื่อยๆจนถึงประมาณบริเวณขมับของเรา


จุดที่ 3  นวดใต้คิ้ว


ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้ง 2 ข้างกดลงไปบริเวณใต้หัวคิ้วซึ่งหากวางนิ้วหัวแม่มือลงไปจะสอดเข้าไปบริเวณล่องพอดี จากนั้นก็ออกแรงกดเบาๆ โดยกด 5 วินาทีต่อ 1 ครั้ง แล้วก็ผ่อน กด ผ่อน กดไปเรื่อยๆ(ไม่ใช่บัตรผ่อนสินค้านะครับ)


จุดที่ 4 นวดกระดูกแก้ม


วิธีนวดกดจุดนี้ให้ใช้นิ้วทั้ง 3 นิ้วเหมือนจุดที่สอง โดยกดลงไปตรงกระดูกแก้มของเรา หรือที่เราเรียกว่าโหนกแก้มนั่นเอง การกดก็เหมือนเดิม กดและปล่อยเป็นจังหวะๆไป กดเบาๆมือนะครับไม่งั้นหน้าอาจช้ำได้ ยิ่งใครเป็นสิวแถวๆนั้นยิ่งต้องเบามือเป็นพิเศษ เดี๋ยวสิวจะอักเสบเพิ่มขึ้น


จุดที่ 5 นวดใต้คาง


วิธีนวดให้ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างรูดที่บริเวณใต้คางไปจนถึงกรามทั้ง 2 ข้าง โดยเวลาทำจะเหมือนเวลาที่เราเขียนรูปตัว V โดยตรงส่วนแหลมของรูปตัว v ก็คือคางของเรา เราก็ใช้นิ้วโป้งรูดจากคางขึ้นไปที่กรามเป็นรูปตัว v เลย การนวดกดจุดตรงนี้สามารถช่วยบรรเทาอาการไม่เกรนได้ด้วยนะครับ ลองทำกันดู


    การนวดกดจุดลดสิวที่ได้แนะนำกันนี้ อาจจะช่วยลดการเกิดสิว หรืออาจจะไม่ช่วยให้สิวน้อยลงก็ได้นะครับ อย่างว่าครับการเกิดสิวมันมีหลายสาเหตุ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเป็นสิวแบบไหน แต่ถ้าเราเป็นสิวเพราะระบบภายในของเรามันรวน หรือเลือดลมที่หน้าของเราเดินไม่สะดวก วิธีนวดกดจุดหน้าใสนี้ก็อาจช่วยลดการเกิดสิวได้บ้างล่ะครับ ที่สำคัญการนวดกดจุดนี้สามารถช่วยลดและผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี ใครเครียดๆลองดูได้ครับ นวดเสร็จจะฟินอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ

สิว 5: ป้องกัน ดูแล และรักษาสิว ทำอย่างไร?

พอจะเข้าใจสาเหตุ ประเภท การจำแนกความรุนแรงของปัญหาสิวกันไปบ้างแล้วนะครับ (อันที่จริง ก็ไม่ “บ้าง” นะ ละเอียดทีเดียว) ตอนนี้คงเป็นช่วงที่หลาย ๆ ท่านอยากอ่านมากที่สุด คือ วิธีการดูแลตัวเองเพื่อแก้ปัญหาสิว และป้องกันปัญหาสิว ก่อนอื่น เรามาพูดถึงการดูแลเมื่อเป็นสิวกันก่อนครับ

อย่างแรกต้องประเมินความรุนแรงของปัญหาสิวของเรา
ถ้าเป็นสิวเล็กน้อย สามารถดูแลเองได้ ถ้าเป็นสิวปานกลาง ควรปรึกษาหมอ หรือเภสัชกร ถ้าเป็นสิวรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง ถ้าสงสัยว่าอาจจะเป็นสิววิสามัญ และไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ควรหาหมอครับ เพราะคุณหมอสามารถให้การรักษาที่เราทำเองไม่ได้ (ทั้งทางกายภาพ และการให้ยาต่าง ๆ) อนึ่งการใช้ยารักษาสิว ควรปรึกษาเภสัชกร ซื้อยาจากร้านขายยาที่มีเภสัชกรช่วยให้คำแนะนำ และทำตาม ก็จะให้ผลดี ลดผลข้างเคียงของยาลงได้ (ขึ้นชื่อว่ายา ก็มีผลข้างเคียงเป็นปกติครับ มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ตัวยา)
(ทบทวน เรื่องระดับความรุนแรงของปัญหาสิว ดูที่ สิว 4: สิวอักเสบ อะไร อย่างไร?)
วิเคราะห์สาเหตุเบื้องต้นด้วยตนเอง
ลองถามคำถามต่อไปนี้กับตัวเอง และหาคำตอบด้วยการสังเกตุครับ
1.       สิวของเราขึ้นในบริเวณไหน มากน้อยอย่างไร
เช่น หากพบว่า สิวขึ้นบริเวณที่ปลายผมลงมาสัมผัสกับผิวหน้า ก็อาจต้องดูว่า เครื่องสำอางที่เราใช้แต่งผม (แชมพู ครีมนวดผม แว็กซ์ สเปรย์) อาจเป็นสาเหตุได้หรือไม่ หรือหากพบว่าสิวขึ้นบริเวณแนวที่เราโกนหนวด ก็อาจต้องดูว่า โกนหนวดรุนแรงเกินไปหรือไม่ ใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยการโกนหนวดที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือไม่ (ลองอ่านเรื่อง สิววิสามัญ ประกอบนะครับ)
2.       ช่วงอายุของเรา
หากเราเป็นวัยรุ่นซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมาก สิวอาจเป็นเรื่องปกติ แต่หากพ้นช่วงวัยรุ่นไปแล้วแต่ยังมีสิวอยู่ ก็ต้องลองมองหาสาเหตุอื่น
3.       สิวของเรามักจะขึ้นเมื่อ...
เมื่อเครียด? ก็ต้องลดความเครียด เพราะแม้ว่าโดยทั่วไปความเครียดไม่ได้ทำให้สิวกำเริบ แต่ตามทฤษฎีแล้วความเครียดส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนและอาจทำให้เกิดสิวได้
เมื่อนอนไม่พอ? การนอนไม่พอจัดเป็นความเครียดแบบหนึ่ง ซึ่งส่งผลต่อฮอร์โมน และระบบร่างกาย
เมื่อมีประจำเดือน? ผู้หญิงบางคนพบปัญหาสิวมากขึ้น และรุนแรงขึ้นในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน เพราะก่อนมีประจำเดือนมีการคั่งของน้ำในร่างกาย รูเปิดของขุมขนเล็กลง sebum และเซลล์ที่ตายแล้วระบายออกได้ยาก จึงเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบตามมา
เมื่อทานอาหารบางอย่าง? ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หรืองานวิจัยยืนยันว่า การทานอาหารประเภทที่สงสัยกัน ก็คือ ช็อกโกแลต มันฝรั่งทอด ถั่วทอด พิซซ่า อาหารมันๆ น้ำอัดลม ไอศกรีม ทำให้สิวขึ้น แต่หากเราสงสัย (เพราะสิวขึ้นเมื่อทานอาหารเหล่านี้) การจะลดเลี่ยงก็ไม่เสียหายอะไรครับ ดีกับสุขภาพเราด้วย แต่มีความเชื่อกันเรื่องของไอโอดีน และอาหารที่มีไอโอดีนสูง ว่าอาจทำให้สิวกำเริบได้ เช่น อาหารทะเลบางประเภท หรือสาหร่ายทะเลนอกจากนั้น ยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของเกลือไอโอดีนสูงอาจทำให้สิวกำเริบได้เช่นกัน. มีงานวิจัยว่าขนมปังที่ฟอกขาวมีส่วนทำให้สิวกำเริบ จึงแนะนำให้ทานขนมปังโฮลวีตแทน
ความเชื่อว่าอาหารมัน ๆ ทำให้สิวขึ้น ไม่เป็นความจริง เพราะไขมันจากอาหารที่ทานเข้าไป กับไขมันที่ออกมาจากต่อมไขมันที่เป็นสาเหตุของสิวนั้น เป็นคนละตัวกัน แต่จะลดละลงบ้างเพื่อผลประโยชน์กับสุขภาพโดยรวมก็ไม่เป็นปัญหาอะไร มีข้อยกเว้นอยู่ว่า อย่าดื่มนมพร้อมกับ (หรือในเวลาใกล้กับ) ยาบางประเภทที่ใช้ทานรักษาสิว เช่น เยากลุ่มเตตรา-ไซคลีน (tetracycline) เพราะจะลดการดูดซึมของยา
  4.       ช่วงเวลาก่อนที่สิวจะขึ้น เราทำอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่
เช่น เราเปลี่ยนเครื่องสำอาง เราใฃ้เครื่องสำอางบางตัวเพิ่มขึ้นจากปกติ ก็ทำให้เครื่องสำอางที่เราใช้ใหม่ กลายเป็นผู้ต้องสงสัย (อย่างไรก็ดี ปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่ของตัวใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เป็น ขั้นตอนโดยรวมทั้งหมด รวมกัน แล้วกลายเป็นปัญหาก็ได้) 
 
 
แก้ที่สาเหตุ ร่วมกับการรักษา
ถ้าหาสาเหตุพบ และสามารถแก้ไขที่สาเหตุได้ ก็จะแก้ไขปัญหาได้ถาวร ไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก แต่ถ้าหาสาเหตุไม่พบ หรือสาเหตุบางอย่างแก้ไขไม่ได้ (เช่น ฮอร์โมนของวัยรุ่น) ก็ควรรักษาตามอาการ และลดการอุดตันของรูขุมขน
ในกรณีของคุณผู้หญิงที่มีปัญหาสิวก่อนการมีประจำเดือน บางกรณีการใช้ยาคุมกำเนิดบางชนิดก็สามารถดูแลปัญหาให้คุณได้ ลองปรึกษาเภสัชกร (ถ้าอายก็เลือกร้านขายยา ที่เภสัชฯ เป็นผู้หญิง) ที่ร้านขายยาใกล้บ้านคุณดูครับ
 
หากสงสัยว่าจะเป็นสิวจากเครื่องสำอาง ควรดูแลตัวเองอย่างไร? 
1. ให้หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมที่อุดตันผิว หรือทำให้สิวกำเริบ เช่น lanolin (กรดไขมันที่สกัดจากขนแกะ), isopropyl myristate (ดูรายการส่วนผสมต้องสงสัยได้ที่ สิว 2: ต้นกำเนิดของสิว)

2. เลือกเครื่องสำอางที่ไม่ผสมน้ำหอม (fragrance-free) พบว่า กลิ่นหอม หรือ น้ำหอม (fragrances หรือ perfume) เป็นสาเหตุใหญ่ของการทำให้ผิวหน้าแพ้ และระคายเคือง. เครื่องสำอางที่ระบุว่า ปราศจากกลิ่น (unscented) ก็ยังอาจผสมน้ำหอมเพื่อดับกลิ่นสารเคมีต่างๆ กลิ่นหอมที่ก่อปัญหาบ่อย ได้แก่ กลุ่ม bergamot, cinnamate และ musk.

 
3. ระวังการใช้เครื่องสำอางปัดเงาและสี เครื่องสำอางประเภท eye shadow, face powder และ blush ที่ทำให้ผิวมีประกาย มักมีส่วนผสมของ mica ที่เป็นอนุภาคที่เป็นแผ่นขอบหยักทำให้ผิวระคายเคืองและเกิดสิวอุดตันได้ จึงไม่ควรเลือกเครื่องสำอางที่ทาแล้วเป็นประกายมาก. ส่วนเครื่องสำอางที่ใช้ปัดแก้มให้แดงอาจผสมสีแดงที่ทำจากอนุพันธ์ของน้ำมันดิน จึงทำให้เกิดสิวอุดตันได้ พบว่า บลัชที่อยู่ในรูปครีม ทำให้เกิดสิวอุดตันมากกว่าในรูปของแป้งฝุ่นหรือเจล.

4. ระวังการใช้ครีมทารอบดวงตา ครีมทารอบดวงตามักมีเนื้อครีมหนาและมันมากกว่าครีมให้ความชุ่มชื้นที่ใช้กับใบหน้าทั่วไป. พบบ่อยว่าการทาครีมรอบดวงตาและการใช้ครีมเช็ดเครื่องสำอางที่เป็นน้ำมันมากอาจก่อให้เกิดตุ่มซิสต์ขาวขนาดเล็กมากที่ข้างในเป็นเคอราติน (เรียกว่า milia). นอกจากนั้นเครื่องสำอางรอบดวงตาอาจเปื้อนผิวหน้าส่วนอื่นทำให้เกิดสิวที่หน้าผาก ขมับ และแก้ม.

5. ระวังการใช้เครื่องสำอางแต่งผม ควรปิดหน้าก่อนสเปรย์ผม ระวังไม่ให้น้ำมันใส่ผม มูส เจล ปอมเหมด (pomades) หรือแว็กซ์ที่นิยมใช้กัน เลอะผิวหน้า หรือตามแนวไรผม. ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมเวลาออกกำลังกาย เพราะเหงื่อจากหนังศีรษะจะไหลพาเครื่องสำอางมาถูกผิว ทำให้สิวกำเริบได้.

6. ควรอาบน้ำ ล้างหน้า ล้างเครื่องสำอางหลังออกกำลังกาย แม้ว่าเหงื่อไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของการเกิดสิว แต่ในผู้ที่เป็นสิวง่ายพบว่าเหงื่อ และเครื่องสำอางทำให้สิวกำเริบได้.

7. ระวังการใช้เครื่องสำอางทาริมฝีปาก โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคสิวที่มักมีรอยโรครอบปาก เครื่องสำอางประเภท lipstick และ glosses มีลักษณะเป็นไขมัน มีส่วนผสมของ petroleum wax และสารก่อสิวอุดตัน ยิ่งทาแล้วดูมันเป็นประกายมาก ยิ่งก่อสิวรอบปากมาก ควรเลือกชนิดที่ทาแล้วผิวดูด้าน.

กดสิว บีบสิว และการกำจัดสิวด้วยวิธีทางกายภาพต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญ
การบีบ กดสิว ล้วงแคะแกะเกา ด้วยตนเองเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงขึ้น หรืออาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ หากต้องการกดสิว บีบสิว ควรให้ผู้เชี่ยวชาญทำ ใช้เครื่องมือ และขั้นตอนที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ ส่วนการใช้เลเซอร์กำจัดสิว การฉีดสิว เหล่านี้ยิ่งต้องให้คุณหมอแนะนำ และดำเนินการครับ
 
จะดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นสิว?
 1.        ล้างหน้าอย่างไร เพื่อจัดการกับปัญหาสิว
 เพราะว่าการเกิดสิวมิได้เกิดชึ้น “บน” ผิวหนังของเรา (ดังได้กล่าวแล้ว) แต่เกิดในชั้นผิว ภายในรูขุมขน และต่อมไขมัน การล้างหน้าจึงไม่สามารถ “รักษา” สิวได้ การเป็นสิวจึงไม่ได้เกิดจากการไม่ทำความสะอาดผิวหน้า
อย่างไรก็ดี การล้างหน้าก็สามารถช่วยชำระล้าง sebum เหงื่อ ฝุ่น และเซลล์ที่ตายแล้วที่อยู่ “บน” ผิวหนังของเราได้ การล้างคราบมัน และฝุ่นจากผิวหน้าก็อาจช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนได้ “บ้าง” จึงช่วย (ในทางกลับกัน การทาผลิตภัณฑ์เนื้อมัน ๆ ลงไปบนผิวที่มันอยู่แล้ว ก็มีแนวโน้มว่าจะสามารถปิดรูขุมขน และกระตุ้นให้เกิดสิวได้) และแม้ว่าการล้างหน้าจะไม่สามารถทำความสะอาดรูขุมขนได้ (ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่โฆษณาว่าทำความสะอาดล้ำลึกก็ทำไม่ได้หรอกครับ) ก็สามารถช่วยลดแบคทีเรีย “บน” ผิว และป้องกันไม่ให้ลงไปในรูขุมขนได้
การล้างหน้า “ไม่” สามารถจัดการหัวสิว หรือ comedone ที่มีอยู่แล้วได้ อย่างดีที่สุดก็จะสามารถช่วยจำกัดวงของการอักเสบเอาไว้ไม่ให้เป็นมากขึ้น และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดสิวใหม่ขึ้นมาได้บ้าง 
ควรเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน และล้างอย่างเบามือ
คนที่เป็นสิวควรล้างหน้าเบา ๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน เพื่อกำจัดความมันส่วนเกิน สิ่งสกปรก แบคทีเรีย และเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วจากบนผิว แต่การขัดถู หรือ scrub ผิวไม่ได้ช่วยเรื่องสิวได้เลย รังแต่จะทำให้เกิดอาการอักเสบรุนแรงขึ้น แถมสิวเดิมที่ยังไม่อักเสบก็ยังอาจจะอักเสบขึ้นมาได้อีก
ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการล้างหน้าก็ควรเลือกอย่างอ่อนโยน เหตุหนึ่งก็เพราะผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ทำให้ผิวแห้งตึงจะทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น อีกเหตุหนึ่งก็เพราะการใช้ยารักษาสิวแบบต่าง ๆ นั้นก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ผิวแห้งลงอยู่แล้ว (ถ้าเลือกได้ก็ควรเลือกที่ pH Balance ใช้สารทำความสะอาดที่อ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมอุดตันผิว ล้างออกง่าย ไม่ควรใช้สบู่ก้อนแบบที่ pH สูง ๆ)
การใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ผสมยาฆ่าเชื้อก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าการใช้ยาโดยตรงครับ
 
 
2.        ใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวเพื่อลดการสะสมของ sebum และเซลล์ที่ตายแล้วในรูขุมขน
การใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว โดยเฉพาะ BHA ที่มีส่วนผสม 1-2% จะช่วยละลาย sebum และสารประเภท keratin ที่สะสมในรูขุมขน จึงช่วยลดการเกิด comedone หรือหัวสิวได้ ทางที่ดี ไม่ควรใช้แบบที่ผสมกับผลิตภัณฑ์ล้างหน้า เพราะจะไม่ช่วยเรื่องการผลัดเซลล์ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหตุที่ BHA เหมาะกว่า AHA เพราะ BHA ละลายในน้ำมัน ส่วน AHA ละลายในน้ำ และ BHA ยังมีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้ออ่อน ๆ อีกด้วย
ควรใช้ผลิตภัณฑ์ BHA หลังล้างหน้า และทาทิ้งไว้ 10-20 นาที ก่อนจะทาผลิตภัณฑ์อื่นทับเพื่อประสิทธิภาพสูงที่สุด
 
4.        ถ้าสิวอักเสบ ควรใช้ยา ปรึกษาเภสัชกร
สิวอักเสบนั้น ควรต้องใช้ยาประกอบด้วย จึงจะรักษาอาการอักเสบได้ ยาทาสิวมีหลายกลุ่ม ทั้งที่ออกฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิว และฆ่าเชื้อ ยาที่พอจะหาซื้อเองที่ร้านขายยาได้ เช่น Clindamycin, Benzoyl Peroxide, Adapalene (หรือ differin) แต่ขึ้นชื่อว่ายา แต่ละตัวก็มีวิธีการใช้ และผลข้างเคียงที่ต่างกันออกไป เช่น บางตัวเมื่อใช้นาน ๆ จะทำให้เกิดเชื้อดื้อยา บางตัวก็ทำให้ผิวแห้งลอกได้ บางตัวก็อาจแสบเมื่อใช้ การซื้อยาทาสิว และใช้ยาเหล่านี้ ควรซื้อจากร้านขายยาที่มีเภสัชกร ขอคำแนะนำ และทำตามคำแนะนำก็จะช่วยลดผลข้างเคียงลงได้ครับ
 
 
 
4.        ถ้ารักษาด้วยยา ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด
เพราะยารักษาสิวส่วนใหญ่จะทำให้ผิวไหม้แดดง่ายขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด นอกจากนี้ แสงแดดยังมีส่วนทำให้ผิวหนังระคายเคือง และสิวกำเริบได้
ควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ไม่อุดตันผิวเพื่อช่วยลดการระคายเคืองจากแสงแดด (อย่างไรก็ดี ควรเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่จะใช้อย่างระมัดระวัง ควรเลือกแบบที่อ่อนละมุนไม่กระตุ้นสิว ไม่มีน้ำหอม เพื่อลดการระคายเคือง เลือกแบบที่ล้างออกง่ายเพื่อไม่ให้อุดตันรูขุมขน) 
 
เพียงเท่านี้ก็น่าจะช่วยดูแลอาการสิวให้ดีขึ้นได้ แต่หากรักษาด้วยตนเองเป็นระยะเวลานาน (มากกว่า 2-4 เดือน) แล้วยังไม่รู้สึกดีขึ้น หรือมีความเครียดมาก หรือมีอาการหนักขึ้น ควรไปหาหมอครับ เพราะคุณหมอสามารถจ่ายยา ทั้งยากิน และยาทา ที่ออกฤทธิ์ได้แรงกว่า รวมทั้งยังสามารถใช้เครื่องมืออื่น ๆ (แม้แต่ฉีดสิว หรือเลเซอร์) เพื่อช่วยคุณได้ (แต่แน่นอนว่า ก็ย่อมมีค่าใช้จ่าย)

สิว

สิว มาจากการตอบสนองของผิวหนังต่อสิ่งซึ่งหลั่งออกมามากในวัยรุ่น ฮอร์โมนนี้กระตุ้นการสร้างไขมันที่ชื่อ Sebum ในต่อมไขมันของผิวหนัง โดยจะพบต่อมไขมันได้มากที่สุดบริเวณใบหน้า หนังศีรษะ หน้าอก และหลัง Sebum ที่ต่อมไขมันสร้างขึ้นจะถูกหลั่งมาสู่ผิวหนังผ่านทางรูขุมขน เมื่อช่องทางผ่านของ Sebum ถูกอุดตัน ผิวหนังบริเวณนี้จึงถูกดันนูนขึ้นมาเห็นเป็นตุ่มเล็กๆ ที่เรียกว่า โคมิโดน ถ้าการอุดตันนั้นยังมีทางเปิดสู่ผิวหนังภายนอกได้ก็จะพบลักษณะของสิวหัวเปิด (open/black head comedones) แต่ถ้ารูเปิดของท่อไขมันเล็กมากจนมองไม่เห็นเรียกว่าสิวหัวปิด (closed/white head comedones)แล้วค่อยๆ โตขึ้น เมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติมตุ่มเหล่านี้ ก็จะเกิดการอักเสบทำให้กลายเป็น สิวอักเสบ ซึ่งถ้าการอักเสบอยู่ส่วนบนของผิวหนังจะเห็นเป็น ตุ่มแดง(papule) และ ตุ่มหนอง (pustule) ถ้าการอักเสบอยู่ลึกลงไปจะเห็นเป็น ก้อนบวม (nodule) หรือ ถุงสิว (cyst)


(Inflammatory ance หรือ Papulopustular acne ) คือการที่สิวอุดตัน ที่ได้รับการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Propionibacterium acne( P.acne) แล้วแบคทีเรียนี้ ปล่อยเอนไซม์ที่จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ โดยมีความรุนแรงแตกต่างกัน แล้วแต่จำนวนเชื้อ และขนาดของสิวที่อุดตัน แล้วมีการเรียกชื่อแตกต่างกัน บางคนอาจแบ่งเป็นประเภทตามลักษณะของสิวอักเสบดังนี้ประเภทของ

สิวอักเสบ(inflammatory acne)แบ่งออกเป็น 4 ชนิดคือ

1. papules เป็นตุ่มนูนแดงแข็งมีขนาดแตกต่างกันออกไป ร้อยละ50 ของสิวชนิดนี้เกิดจากสิวที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า(microcomedones) ร้อยละ25 เกิดจากสิวหัวปิด อีกร้อยละ 25 เกิดจากสิวหัวเปิด

2. pustules (สิวหนองชนิดตื้นและลึก)ซึ่งมีได้หลายขนาด สิวหนองชนิดตื้นมักหายได้เร็วกว่าสิวชนิด papules ส่วนสิวหนองชนิดลึกจะมีอาการเจ็บร่วมด้วย และพบในผู้ที่เป็นสิวรุนแรง

3. Nodules สิวอักเสบแดงเป็นตุ่มนูน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 8 มม. ขึ้นไป สิวชนิดนี้เมื่อหายไปอาจเกิดแผลเป็นตามมาได้

4. Cyst สิวขนาดใหญ่เป็นถุงใต้ผิวหนัง ภายในมีหนองหรือสารเหลวๆ คล้ายเนย หายแล้วมักมีแผลเป็นหลงเหลืออยู่
1. อายุ หรือ กรรมพันธุ์ ส่วนใหญ่มักพบในวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว เนื่องจากระดับของฮอร์โมนเพศชายเพิ่มขึ้นมากในช่วงวัยรุ่น จึงไปกระตุ้นและเพิ่มขนาดการทำงานของต่อมไขมัน

2. เครื่องสำอางบางชนิด ครีมบำรุงผิว เครื่องสำอางแต่งหน้า สบู่ล้างหน้าบางอย่าง น้ำมันใส่ผม อาจก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน

3. การระคายเคื่อง เช่นการเสียดสี จากการนวดหน้า ขัดหน้า หรือแม้แต่การล้างหน้าบ่อยๆ ก็อาจจะก่อให้เกิดสิวใด้

4. ความเครียด ความกังวล การนอนดึก รวมถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ

5. อาหารบางชนิด

6. ยาบางประเภท เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาฮอร์โมน ยากันชัก ยารักษาวัณโรคบางชนิด ฯลฯ

7. การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย เช่น ผู้หญิงช่วงมีประจำเดือน หรือตั้งครรภ์

8. โรคของต่อมไร้ท่อบางชนิด
1. จากธรรมชาติ ปฏิกริยาระหว่างแบคทีเรียกับไขมันหรือน้ำมันภายในเซลล์ผิวหนัง (โคมิโดนในเซลล์ผิวหนัง)

2. เกิดจากการ กด บีบ การกระแทกของฝีมือมนุษย์หรืออุบัติเหตุ

3. สารเคมี จากการสัมผัสสารเคมีบางชนิด อาจก่อให้เกิดสิวอักเสบได้
ปัจจัยภายในร่างกายของเรา เช่น ภาวะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง หรือโรคภัยไข้เจ็บบางชนิด การได้รับสาร บางอย่างเข้าสู่ร่างการ ล้วนเป็นสาเหตุหลังของการเกิดสิวอักเสบ ปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น เชื้อแบคที่เรีย มลพิษจากสิ่งแวดล้อม เครื่องสำอาง สารเคมีต่างๆ ของใช้ประจำวัน รวมถึง การกด การบีบ และอุบัติเหตุ

**ปัจจัยหลักๆของการเกิดสิวแบบธรรมชาติ คือ แบคทีเรีย ดังนั้น ถ้าเรายับยั้งหรือทำลายแบคทีเรียได้เท่ากับการลดการอักเสบได้
1. ใช้ยากำจัดหัวสิวอักเสบ

2. ใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินเอมีสรรพคุณในการรักษาสิว

3. ใช้ยาอย่างจริงจัง คือการใช้ยาที่มีฤทธิ์แรงมากขึ้น โดยเน้นไปประเภทของ เบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide ) หรือประเภทที่มีกรด Salicylic Acid (ซาลิไซลิค) ที่มีเปอร์เซ็นต่ำๆ ไม่ควรใช้เปอร์เซ็นสูง เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้

4. ใช้การฉีดแบบเฉียบพลัน แพทย์ใช้การฉีดโคติโซน ที่เม็ดสิวเพื่อให้ยุบภายในไม่กี่ชั่วโมง

5. การปรึกษาแพทย์ผิวหนัง ในกรณีที่ใช้วิธีต่างๆแล้วไม่ได้ผลการพบแพทย์ผิวหนังเพื่อปรึกษาอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะสิวอาจเกิดจากพันธุ์กรรม หรือฮอร์โมน

รักษาสิว PANTIP วิธีรักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอุดตัน ให้หายขาด!!

รักษาสิว pantipวิธีรักษาสิวอุดตัน รักษาสิวอุดตัน ให้หายขาด!!
เพื่อนๆคงทราบกันดีว่าสิวอุดตันเป็นสิวประเภทที่พบได้บ่อย ใน 100 คนจะมีคนเป็นสิวอุดตันประมาณ 75 คน เนื่องจากสิวอุดตันเป็นสิวที่เกิดง่าย แค่โดนสิ่งรบกวนไม่เท่าไหร่ก็ทำให้เกิดสิวแล้ว อย่างเช่น ฮอร์โมนโดยเฉพาะผู้หญิงที่ใกล้มีประจำเดือน การเช็ดหน้าแรงๆ การโดนฝุ่นละอองเยอะๆ การกินอาหารมัน เป็นต้น และก่อนที่จะเป็นสิวอักเสบก็ต้องเป็นสิวอุดตันเสียก่อน หากเพื่อนๆคนไหนยังสงสัยว่า สิวอุดตันคืออะไรกันแน่คลิกเลยรักษาสิว pantip
รักษาสิว pantip
รักษาสิว pantipสำหรับคนที่ยังไม่เป็นสิวประเภทนี้ก็หาวิธีป้องกันซะ คือต้องพยายามหลีกเลี่ยง สาเหตุการเกิดสิว ให้มากที่สุดแต่ถ้าคนที่เป็นสิวอุดตันแล้วก็มาฟังวิธีรักษาต่อไปนี้เลย เริ่มกันด้วยวิธีธรรมชาติที่ไม่เสียตังค์สักบาท ไปจนถึงการเข้าคลินิครักษาใบหน้าให้ใสรวดเร็วทันใจ
วิธีรักษาสิวอุดตันด้วยตัวเองแบบไม่เสียตังค์
การรักษาสิวอุดตันด้วยตัวเอง ก็คือ การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุการเกิดสิวอุดตัน จากนั้นหาสาเหตุที่คิดว่าทำให้เกิดสิวอุดตันของเราให้เจอแล้วแก้ที่ต้นเหตุ เรามาดูวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติด้วยตนเองง่ายๆ ไม่เสียตังค์ทางนี้เลยค่ะ แต่หากเพื่อนๆอยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมไปที่ วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ ไม่เปลืองตังค์ ได้ผลแน่!!
อย่า!! ปล่อยให้ผิวหน้าสกปรกเป็นเวลานานรักษาสิว pantip
ทุกครั้งที่กลับมาถึงบ้าน ควรล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด แต่ไม่จำเป็นต้องล้างด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้า เพราะจะทำให้หน้าแห้งเกินไป เกิดการอุดตัน อ่านวิธีล้างหน้าที่ถูกต้องเพื่อลดสิวที่นี่เลย ควรล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์เพียงวันละ 2 ครั้งเท่านั้นคือ หลังตื่นนอน ที่ปกติคนเราหน้าจะมันเพราะได้รับการพักผ่อนที่เต็มที่และเป็นเวลานาน อีกครั้งอาจจะเป็นหลังจากออกกำลังกาย กลับจากการเรียน หรือกลับเข้าบ้านจากการทำงาน ทำธุระนอกบ้าน และที่สำคัญการเช็ดหน้าจะต้องเช็ดอย่างเบามือ เพียงแค่นำผ้ามา “ซับหน้า” เพื่อไม่ให้หน้าเปียกดึงดูดเชื้อโรคก็เพียงพอแล้ว
อย่า!! ใช้เครื่องสำอางค์หรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่แรงเกินไป
ถ้าเป็นไปได้ให้พยายามลดการใช้เครื่องสำอางค์ลง เนื่องจากเครื่องสำอางค์มักจะทำให้เกิดการอุดตันอยู่บ่อยครั้ง หากจำเป็นต้องใช้ให้หาคลีนเซอร์ที่ใช้สำหรับทำความสะอาดเครื่องสำอางค์โดยเฉพาะ นอกจากเครื่องสำอางค์แล้ว ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ใช้ควรใช้แบบอ่อน เพราะจะได้ไม่ทำให้ผิวหน้าระคายเคือง ไม่เกิดการแพ้
อย่า!! บีบ แคะ แกะ เการักษาสิว pantip
หลีกเลี่ยงการรบกวนสิว โดยเฉพาะมือ ไม่ควรสัมผัสกับใบหน้าถ้าไม่จำเป็น อย่างที่รู้ว่ามือเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และการบีบ แคะ แกะ เกา รบกวนสิว จะทำให้เกิดการทิ้งแผลเป็นไว้บนใบหน้า หนักเข้าอาจจะเกิดเป็น หลุมสิว ที่ต้องใช้เวลานานแสนนานในการรักษา
อย่า!! ทานอาหารประเภทมันๆ
เพราะการทานอาหารที่มีน้ำมันเยอะๆนั้น ทำให้ร่างกายมีไขมันเยอะ ส่งผลต่อต่อมไขมันให้ออกมามากเกินไปจเป็นสาเหตุให้เกิดการอุดตันใต้ผิวหน้ารักษาสิว pantip
นอกจากข้อควรหลีกเลี่ยงด้านบนแล้ว เพื่อนๆต้องหมั่นรักษาความสะอาดของเครื่องใช้ที่สัมผัสบ่อยๆ เช่น เครื่องนอน ปลอกหมอน หมอนข้าง เพราะเพื่อนอยู่กับมันเป็นระยะเวลานานทั้งคืน ที่สำคัญต้องนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ควรอดนอน และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นจำพวกผัก ผลไม้ ที่เสริมวิตามินบำรุงผิวพรรณด้วยค่ะ

การรักษาสิว

หลักการรักษาสิว

การรักษาสิวจะต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว และจะต้องแยกชนิดของสิว ระดับความรุนแรงของสิว และการใช้ยาอย่างถูกต้อง
  • หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้หน้าชื้นเช่น sauna การทำงานในครัว
  • งดใช้เครื่องสำอางที่ทำให้เกิดสิว เครื่องสำอางที่เพิ่มความมัน หรือเลือกเครื่องสำอางที่ถูกกับผิวหน้า
  • งายาหรือครีมทาก่อนนอน
  • ห้ามบีบหรือแกะสิวโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้สิวลุกลาม
  • อาหารสามารถรับประทานได้แต่ก็ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารที่มัน และหวานและก็อย่ารับมากจนอ้วน
  • ห้ามถูหน้าแรงๆในขณะล้างหน้า ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งและใช้ผ้าซับเบาๆ
  • คนที่หน้ามันให้ล้างหน้าด้วยสบู่อย่างน้อยวันละ 4 ครั้ง
  • การเลือกยาทาสิวขึ้นกับชนิดของสิวซึ่งควรจะปรึกษาแพทย์
  • การเลือกรับประทานยาขึ้นกับแพทย์ที่ดูแล
  • หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดด

การรักษาสิวแบบอ่อน

สิวที่เป็นไม่มากมักจะรักษาด้วยยาทาเพียงอย่างเดียวและมีข้อควรปฏิบัติดังนี้
  • ล้างหน้าวันละสองครั้งด้วยสบู่อ่อนด้วยน้ำ
  • ทายาสิวใหทั่วบริเวณที่เป็นสิส
  • ให้ทายาบางๆก่อนนอน และทาในตอนเช้า
  • ในช่วง2-4 สัปดาห์แรกอาจจะทำให้หน้าจะแห้ง
  • ทาครีมบำรุงผิวหรือครีมที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนัง เลือกชนิดที่ไม่มีไขมั
  • หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีไขมัน ยากันแสง
  • ใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะเห็นผล
  • หากเกิดอาการระคายเคืองให้ปรึกษาแพทย์
ยาทาสิวที่สามารถเลือกหาซื้อเพื่อทาสิว
  • น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับล้างหน้า
  • นาทาที่มีส่วนผสมของกรด  salicylic acid อย่างอ่อน
  • ยาทาที่มีตัวยา Benzoyl peroxide ซึ่งมีทั้งชนิด cream / lotion / gel
  • ยาทาที่มีส่วนผสมของ Azelaic acid (Skinoren™ cream, Acnederm™ medicated lotion)
ยาทาที่แพทย์มักจะจ่าย
  • ยาทาปฏิชีวนะที่มีส่วนผสมของ clindamycin solution หรือ  erythromycin solutionซึ่งเมื่อใช้ร่วมกับ benzoyl peroxideหรือ azelaic acidจะป้องกันเชื้อดื้อยา
  • อนุพันธ์ของวิตามินเอ Retinoids

การรักษาโรคสิวที่มีระดับความรุนแรงปานกลาง

การรักาาพื้นฐานจะเหมือนการรักาาสิวที่มีระดับความรุนแรงอย่างอ่อน แต่จะเพิ่มยารับประทานอย่างน้อย 6 เดือน
  • ยาปฏิชีวนะที่ให้บ่อยได้แก่  tetracycline, minocycline, doxycycline หรือ erythromycin
  • สำหรับสุภาพสตรีจะให้ oestrogensและ antiandrogensเช่น Diane หรือ spironolactone
  • สำหรับผู้ที่มีสิวอักเสบอาจจะให้ nonsteroidal anti-inflammatory agentsเช่น ibuprofen or naproxen
  • สำหรับสิวที่รักษายากให้ใชอนุพันธ์ของวิตามินเอ  isotretinoin 

การรักษาผู้ที่เป็นสิวที่มีระดับรุนแรง

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะได้อนุพันธ์ของวิตามินเอ  isotretinoin. ร่วมกับ ยาปฏิชีวนะในระดับสูงเป็นเวลา 6 เดือน
การรักษาสิวทางกายภาพ
  • การกดสิว ใช้รักษาสิวทั้งชนิดหัวดำและหัวขาว แต่ในกรณ๊รูเปิดเล็กมา อาจจะต้องใช้เข็มหรือเลเซอร์เพื่อให้รูเปิดใหญ่ขึ้น การกดต้องทำให้ถูกวิธีเพราะหากกดผิดจะทำให้สิวถูกดันลึกลง
  • การฉีด steroid เข้าใต้หัวสิว ข้อดีทำให้การอักเสบลดลงเร็ว แต่ถ้าฉีดมากไปหรือลึกเกินไปจะทำให้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดเกิดรอยบุ๋ม
  • การใช้ความเย็น ใช้ใไนโตรเจนเหลว นกรณ๊ที่สิวเป็นชนิดถุง

รักษาสิวไม่มีหัว สำหรับสาว ๆ อยากสวย

สิวอุดตัน



เรียบเรียงข้อมูลโดยประปุกดอทคอม

           ส่องกระจกทีไร มีอันต้องปวดใจกับเจ้าจอมวายร้ายอย่าง น้องสิว ที่ขยันแวะเวียนมาทักทายบนผิวหน้ากันอย่างไม่ได้ถามความสมัครใจกันก่อนเลยสักคำ ! ลำพังแค่เป็นสิวปกติธรรมดานี่ก็ต้องโปะยากันไม่รู้ตั้งเท่าไหร่แล้ว ดั๊นมาเจอตัวบอสอย่าง สิวไม่มีหัว หรือสิวอุดตัน มารุมขึ้นแบบนี้ ยิ่งพากันเครียดหนักเข้าไปอีกสามเท่า กระปุกดอทคอมเลยขอชี้ทางสว่างเกี่ยวกับสิวไม่มีหัวมาฝากกันค่ะ
        สิวไม่มีหัว เกิดจากอะไร ?

           สิวประเภทนี้เกิดได้จากหลายปัจจัยรอบตัวเราเลยล่ะค่ะ  อย่างที่พอทราบกันบ้างแล้วว่า สิวอาจจะมาจากกรรมพันธุ์คุณพ่อคุณแม่ จากฮอร์โมนเพศชายในร่างกายเราที่มีมากเกินไปหรืออาจจะมาจากพฤติกรรมส่วนตัว ที่ชอบแคะ แกะ เกาไปจนถึงการล้างหน้าไม่สะอาดก็เป็นได้ จึงทำให้มีสิ่งสกปรกหรือเครื่องสำอางตกค้างหล่นลงไปทำงานร่วมกับต่อมไขน้ำมัน,แบคทีเรียอื่น ๆ ทำให้เกิดการอุดตันอักเสบฝังตัวลึกอยู่ใต้ผิวหนังได้ 

           โดยส่วนใหญ่ลักษณะของสิวไม่มีหัวนั้น จะเป็นตุ่มนูนแข็ง หรือบางคนอาจเป็นก้อนไตฝังอยู่บนผิว สังเกตได้ว่าสิวแบบนี้ คือ สิวที่ไม่มีหัวขาว - หัวดำขึ้นมาให้เห็นชัดเหมือนสิวประเภทอื่น ๆ ซึ่งอาจจะเกิดได้ในบริเวณที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามาก ๆ และขอบอกเลยว่าเจ้าสิวไม่มีหัวนี่ถ้าสาว ๆ คนไหนเกิดเป็นขึ้นมาแล้ว ต้องพิถีพิถันและรีบดูแลเป็นพิเศษเลยนะ ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ วันดีคืนดีอาจแปลงร่างกลายเป็นสิวอักเสบได้เลยล่ะ

        2 วิธีรักษาสิวแบบมาทางไหน จงไปทางนั้น

        1. ปรึกษาหารือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เช่น สถาบันผิวหนัง โรงพยาบาลคลินิกที่มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับ เพื่อจะได้รับการรักษาอย่างปลอดภัย วิธีการรักษาก็มีอยู่เยอะมาก เช่น การเลเซอร์ ฉีดสิวและการกลิ้งเครื่องมือที่มีเข็มเล็ก ๆ อย่าง เดอร์มาโรลเลอร์ เพื่อกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ คอลลาเจน เป็นต้น โดยทำควบคู่ไปกับการกินยาตามที่หมอสั่ง

        2. รักษาเบื้องต้นด้วยตัวเอง (ในกรณีที่เริ่มจะเป็นสิวหรือเป็นอยู่แต่ไม่มาก) เราก็มีวิธีง่าย ๆ มานำเสนอดังนี้ค่ะ

              พยายามหลีกเลี่ยงสารเคมี ครีมบำรุง มาส์ก และแต่งหน้าให้น้อยลง ยิ่งช่วงเป็นสิว ยิ่งควรระมัดระวัง ไม่ควรใช้นิ้วนวดวน ๆ หรือเกลี่ยบริเวณที่เกิดสิว เพราะยิ่งจะทำให้อักเสบ พาลให้หายช้าขึ้นไปอีก

              เมื่อกลับถึงบ้านให้รีบใช้สำลีเช็ดเครื่องสำอางให้เกลี้ยงทั่วใบหน้าและลำคอจนสำลีขาวเหมือนเดิม จากนั้นจึงค่อยเริ่มล้างทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดด้วยสบู่รักษาสิวหรือเจลล้างหน้าที่มีค่า ph balance 7 สมดุลผิวแบบอ่อน ๆ 

              ใช้ผลิตภัณฑ์ตัวช่วยรักษาสิวที่มีส่วนประกอบของกลุ่มเบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ (BP) (หากเพิ่งเริ่มใช้ ควรเลือกที่เปอร์เซ็นต์น้อย ๆ ไปก่อนล่ะ เดี๋ยวจะเกิดการระคายเคืองได้) กรดซาลิไซลิก (BHA) และกลุ่มคลินดามัยซิน ซึ่งอยู่ในรูปแบบของโลชั่น ครีมแต้ม และอื่น ๆ อีกมากมาย

              ลองใช้วิธีแก้สิวแบบรุ่นคุณยาย คุณตา ด้วยการเอาดินสอพอง + ขมิ้น + มะนาว ผสมกัน กะเอาแบบพอใช้ให้ทั่วใบหน้าแล้วพอกก่อนนอน ก็ได้ผลเริ่ดไม่แพ้ครีมดัง ๆ ในยุคนี้เลยล่ะ

              ดื่มน้ำเปล่าเพิ่มขึ้นจากปกติ ใช้วิธีจิบ ๆ เอาตลอดวันและรับประทานผัก ผลไม้ให้มาก งดน้ำอัดลม อาหารทอด ของชุ่มไปด้วยน้ำมัน อยากแค่ไหนก็ควรต้องหยุดไปก่อนนะจ๊ะ

        เคล็ด(ไม่)ลับการป้องกันไม่ให้สิวบุกแบบจิ๊บ ๆ 

              หยุดแคะ แกะ เกา บีบ เค้น ทุกสิ่งอย่างบนใบหน้า เค้ารู้นะว่าแอบทำกันเป็นประจำ ! วัน ๆ หนึ่งหยิบจับอะไรกันมาบ้างก็ไม่รู้ แบคทีเรียติดอยู่นิ้วมืออยู่เพียบ ทำแบบนี้ไม่เวิร์คอย่างแรงค่ะ

              เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับหน้าให้เหมาะสมกับผิวของตัวเอง ไม่ใช่หน้ามัน แต่ดันไปใช้ครีมรองพื้นที่ผสมมอยส์เจอไรเซอร์แบบนี้ก็ไม่ควรนะคะ ทางที่ดีเลือกใช้แต่สารประกอบธรรมชาติหรือครีมที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์และออยล์ฟรี จะดีที่สุดค่ะ

              รับประทานอาหารที่ประกอบไปด้วย วิตามินเอ, วิตามินบี, วิตามินซี ,วิตามินดี วิตามินอี และสังกะสีอยู่อย่างสม่ำเสมอ เช่น  ข้าวกล้อง ถั่วเหลือง อาหารทะเล เครื่องในสัตว์ ไข่ และตับ

              ทำจิตให้แจ่มชื่น สดใสผ่อนคลายอยู่เสมอ อย่าให้ภาวะความเครียดมาแทนที่อยู่บ่อย ๆ เพราะเจ้านี่ก็เป็นตัวการใหญ่ที่ทำให้สิวขึ้นได้เหมือนกัน


           เอาล่ะ สาว ๆ เมื่อรู้ทั้งต้นตอและวิธีแก้กันอย่างนี้แล้ว อย่าลืมนำไปลองทำกันดูนะคะ ดีไม่ดีอาจได้หน้าใส ๆ กลับคืนมาโดยไม่ต้องเสียสตางค์ให้เยอะแยะเลยล่ะค่ะ